ขุดแผล ส่วยน้ำมันเถื่อน เสี่ยโจ้ ปัตตานี เจ้าพ่อค้าน้ำมันเถื่อนภาคใต้

ขุดแผล ‘ส่วยน้ำมันเถื่อน’ เสี่ยโจ้ เป็นคนละเอียดเขียนบัญชี บางแผ่นระบุชัดเจนทั้ง วันเวลา-ชื่อย่อ-สังกัด-จำนวนเงิน-เลขบัญชีธนาคาร-เบอร์โทรศัพท์ บางคนได้หลักล้าน เเต่ทำไมเรื่องก็เงียบ ละนี่คงเป็นคำถามใหญ่สั่นสะเทือนไปยังหน่วยงานใน ’กระบวนการยุติธรรม“ เเน่นอน

น่าจับตามองเรื่องใหญ่ที่ได้สร้างความสั่นสะเทือนไปยังหน่วยงานใน ’กระบวนการยุติธรรม“
เมื่อต้นเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ตำรวจกองปราบปราม อุตส่าห์ตามแกะรอยจับกุม นายสหชัย เจียรเสริมสิน อายุ 53 ปี หรือ “เสี่ยโจ้ ปัตตานี” เจ้าพ่อค้าน้ำมันเถื่อนภาคใต้ ตามหมายจับศาลจังหวัดสงขลา ข้อหาร่วมกันฟอกเงิน จู่โจมจับกุมได้คาร้านอาหาร ในตลาดห้วยขวาง ช่วงกลางดึกคืนวันที่ 4 พ.ย.64

แต่ใครจะไปเชื่อว่า เจ้าพ่อค้าน้ำมันเถื่อน หนีคดีไปนานกว่า 7 ปี จนมุมตำรวจได้เพียงแค่วันเดียว สุดท้ายก็หลุดมือกฎหมายไปอีกจนได้!!

เชิงผา ลองไปตามไล่เรียงข้อมูลหลังเสี่ยโจ้ ถูกจับกุม วันที่ 5 พ.ย. ตำรวจกองปราบฯ นำตัวไปส่งอัยการจังหวัดสงขลา ตามหมายจับคดีร่วมกันฟอกเงิน พนักงานอัยการมี คำสั่งไม่ฟ้อง ก่อนจะปล่อยตัวได้สอบถามตำรวจแล้วว่า มีหมายจับค้างเก่าอื่นอีกหรือไม่ ? เมื่อตำรวจบอกว่าไม่มี อัยการซึ่งไม่มีอำนาจควบคุมตัวจึงปล่อยไป ต่อมาวันที่ 6 พ.ย. ตำรวจถึงได้ตรวจสอบเจอ หมายจับศาลจังหวัดปัตตานี ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ปลอมแปลงแผ่นตรวจลงตราเข้าเมือง หลังถูกตัดสิน ได้หนีจากที่ควบคุมตัวของศาลจังหวัดปัตตานี เมื่อปี พ.ศ. 2557

ทำให้กลายเป็นปริศนา ทำไมวันที่ 5 พ.ย. ตำรวจจึงไม่เห็นหมายจับศาลจังหวัดปัตตานี อยู่ในสารบบหมายจับกลางของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ!!

หลังสื่อนำเสนอข่าวตีแผ่เรื่องนี้ออกมาทำให้ ทั้ง สำนักงานอัยการ, สำนักงานศาลยุติธรรม และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต่างออกมาแถลงข่าวกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด สำนักงานศาลยุติธรรม ยืนยันศาลจังหวัดปัตตานีได้ส่งหมายจับไปที่ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี และ ผกก.สภ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ตั้งแต่เดือน ต.ค. 57 ขณะที่ บิ๊กปั๊ด-พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ขยับออกมาแจงเช่นกันว่ามอบหมายให้ พล.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง รอง ผบ.ตร. มีความเห็นแย้งอัยการในคดีนี้ทันที

ในส่วนของหมายจับศาลจังหวัดปัตตานี ที่ไม่พบอยู่ในสารบบกลางนั้น พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 ดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้น ขณะนี้พบตำรวจที่เกี่ยวข้องแล้ว 1 นาย จึงสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัย และหากสอบพบถึงใครเกี่ยวข้องจะดำเนินการทั้งหมด

เรื่องราวของเจ้าพ่อน้ำมันเถื่อน มาโผล่จนถูกจับกลางกรุงในห้วงที่ สถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ในประเทศไทย ยังปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง จนส่งผลกระทบเดือดร้อนทั้งประชาชน และภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ กลุ่มผู้ประกอบการการขนส่ง ที่ออกมาเคลื่อนไหวขอความเห็นใจรัฐบาลให้ปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน จนกลายเป็นอีกมรสุมลูกใหญ่ที่กำลังถาโถมใส่ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะก่อนหน้านี้กลุ่มผู้ประกอบการขนส่ง ประกาศชัดหากรัฐบาลยังเพิกเฉย จะพิจารณายกระดับ ให้สมาชิกสหพันธ์ฯ ทั่วประเทศ เติมน้ำมันรถบรรทุก 20 ลิตรต่อคัน หากน้ำมันหมดที่ใดก็จอดทิ้งไว้ที่นั่น รวมถึงจะประกาศขึ้นราคาขนส่งสินค้าอีก 10% ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 64

ในเมื่อราคาน้ำมันยังแพง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ กองเรือน้ำมันเถื่อน ที่ดัดแปลงหลากหลายรูปแบบ ยังคงหาจังหวะลักลอบเข้ามาในน่านน้ำทะเลไทยตลอดเวลา ถ้ารอดพ้นการจับกุมของตำรวจน้ำและทหารเรือเข้ามา ก็จะทำรายได้มหาศาลให้กับ ขบวนการค้าน้ำมันเถื่อน อย่างแน่นอน

นับว่าเป็นเรื่องดี เมื่อทาง ผบ.ตร. สั่งการให้ บช.ภ. 9 สืบสวนสอบสวนรื้อคดีค้างเก่าของเสี่ยโจ้ในอดีตเพิ่มเติมว่า ยังมีใครร่วมในการทำผิดด้วยอีกหรือไม่ แต่อย่าลืมติดตามขยายผลเรื่อง “บัญชีส่วย” ที่ทาง ชุดปฏิบัติการปราบปรามภัยแทรกซ้อน กอ.รมน.ภาค 4 เคยตรวจค้นเจอนำมาเปิดเผยสื่อมวลชนไว้ 7 ปีก่อน จนเขย่าขวัญให้กับ หลายหน่วยงาน ที่ไปมีชื่ออยู่ในบัญชีส่วย

เสี่ยโจ้ เป็นคนละเอียดเขียนบัญชีด้วยลายมือและพิมพ์บันทึกเอาไว้ บางแผ่นระบุชัดเจนทั้ง วันเวลา-ชื่อย่อ-สังกัด-จำนวนเงิน-เลขบัญชีธนาคาร-เบอร์โทรศัพท์ บางคนได้หลักล้าน หลักแสน และหลักหมื่น แต่เรื่องมันเงียบหายไปไหนเอ่ย??.

ข้อมูลภาพข่าว Dailynews

อ่านต่อ
error: