ชี้แจงคืบหน้าเหตุซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่รือเสาะ จ.นราธิวาส

โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แถลงข่าวชี้แจงความคืบหน้าเหตุซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในพื้นที่อ.รือเสาะ จังหวัดนราธิวาส

เมื่อวันที่ (25 พฤศจิกายน 64) เวลา 11.00 น. ที่ห้องแถลงข่าว ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี พันเอก เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า แถลงข่าวความคืบหน้าเหตุซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในพื้นที่ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์ ผู้ก่อเหตุรุนแรง ใช้อาวุธปืนยิงรถยนต์ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ บริเวณสะพานพื้นที่บ้านตันหยงมุสลิม (บ้านย่อยบ้านยือลาแป) หมู่ที่ 3 ตำบลสุวารี อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา โดยไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ แต่รถยนต์ของทางราชการได้รับความเสียหาย

หลังเกิดเหตุ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 ได้จัดชุดปฏิบัติการพิทักษ์พื้นที่ สกัดกั้นตามเส้นทางต่างๆ สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ 1 ราย คือ นายอามีร ดอแต อายุ 29 ปี ตรวจสอบกระสอบใยสังเคราะห์สีฟ้าที่นายอามีร ดอแต นำมาด้วยพบอาวุธปืนสงคราม จำนวน 4 กระบอก ได้แก่ ปืนเล็กยาว AK 47 จำนวน 1 กระบอก, ปืนเล็กยาว AK 102 จำนวน 1 กระบอก , ปืนเล็กยาว M 16 A 4 จำนวน 1 กระบอก และ ปืนเล็กยาว M 16 A1 ตัดสั้น จำนวน 1 กระบอก ซองกระสุนรวมกัน 11 ซอง กระสุนปืน 300 นัด มีอาวุธที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ 3 กระบอก คือ ปืนเล็กยาว M 16 A1 ตัดสั้น ปล้นมาจาก หน่วยทักษิณพัฒนาที่ 12 อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2546 , ปืนเล็กยาว M 16 A 4 ปล้นมาจากเหตุระเบิดรถยนต์เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรจะแนะ เมื่อวันที่ 28 กันยายน 64 โดยในเหตุการณ์นี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 4 นาย ผู้ก่อเหตุรุนแรงนำอาวุธปืนไปได้ 2 กระบอก , ปืนเล็กยาว AK 47 ปล้นมาจากพื้นที่ ตำบลจะกว๊ะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2548 พบประวัติใช้ก่อเหตุมาแล้ว 23 คดี , ปืนเล็กยาว AK 102 อยู่ระหว่างการตรวจสอบแหล่งที่มาพบว่าใช้ก่อเหตุรุนแรงมาแล้ว 3 คดี

จากนั้นได้นำตัว นายอามีร ดอแต ไปขยายผลเพิ่มเติมที่ศูนย์ซักถามหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 ตำบลกะลุวอเหนือ อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส ทำให้ทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่ายังมีอาวุธปืนที่เหลือซุกซ่อนอยู่ โดยเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2564 เวลา 23.00 เจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายอามีร ดอแต ไปยังจุดที่ถูกระบุว่าซุกซ่อนอาวุธปืนไว้ บริเวณบ้านมือและห์ หมู่ที่ 1 ตำบลสาวอ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อไปถึงจึงขุดพื้นดินตรงที่นายอามีร ดอแต ชี้ พบอาวุธปืนเล็กกลยี่ห้อเนเกฟ จำนวน 1 กระบอกฝัง อยู่ในท่อ PVC จากการตรวจสอบ พบว่าเป็นปืนที่ปล้นมาจาก ฐานพระองค์ดำ เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2554 พร้อมกับตรวจยึดอาวุธปืนพกสั้น ขนาด .357 และเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง ซึ่งปืนพกสั้นเป็นปืนที่ได้มาจากการก่อเหตุยิง นาย สะมะแอ ดอเลาะ ผู้ใหญ่บ้านนาดา เสียชีวิต ในพื้นที่ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2550 โดยอาวุธปืนทั้ง 2 กระบอกถูกซุกซ่อนอยู่ในสวนยางพาราบริเวณเดียวกัน

ต่อมาวันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 เวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายอามีร ดอแต ไปชี้จุดซ่อนอาวุธ และอุปกรณ์ประกอบระเบิดแสวงเครื่องเพิ่มเติม ในพื้นที่บ้านกาโดะ หมู่ 4 ตำบลรือเสาะ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส พบอาวุธปืนลูกซอง จำนวน 1 กระบอกและปุ๋ยยูเรีย จำนวน 1 ถัง น้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม หลังจากนั้น พันเอก ทรงเดช สุกนุ้ย ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้ง ผู้นำศาสนา ได้นำตัว นายอามีร ดอแต ไปพบกับครอบครัว เพื่อชี้แจงสร้างความเข้าใจ ในขั้นตอนของการดำเนินการ ตามกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้นายอามีร ดอแต ได้กล่าวขอโทษ มารดา และภรรยา ที่ได้หลงผิดและเสียใจต่อเหตุการณ์ที่กระทำลงไป สำหรับครอบครัวของ นายอามีร ดอแต มีฐานะยากจน มีอาชีพและรายได้ที่ไม่แน่นอน มีบุตร จำนวน 3 คน คนเล็กสุดอายุ 7 เดือน ขณะที่มารดา มีโรคประจำตัวหลายโรค โดยเฉพาะโรคความดันและเบาหวาน โดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 ได้มอบถุงยังชีพและงบประมาณจำนวนหนึ่ง เป็นการช่วยเหลือ เพื่อให้ครอบครัวของนายอามีร ดอแต สามารถดำรงชีพได้ในขั้นต้น

สำหรับขั้นตอนในการควบคุมตัวเพื่อขยายผลซักถามนายอามีร ดอแต พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้กำชับให้หน่วยดำเนินการในทุกขั้นตอนให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เน้นย้ำการปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชน ในศูนย์ซักถามต้องมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบถ้วนพร้อมเพรียง มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ตลอด 24 ชั่วโมง และต้องไม่มีการซ้อมทรมานผู้ถูกควบคุมตัวทั้งทางร่างกายและจิตใจอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้จากการสอบถามขยายผลจนทราบแหล่งซุกซ่อนอาวุธดังกล่าว เกิดจากการสร้างความเข้าใจระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้รับการซักถาม จนนำไปสู่ความร่วมมือและนำไปค้นหาอาวุธที่เหลือจนพบในที่สุด

ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จึงขอความร่วมมือไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ กรุณาอย่าได้ให้การสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำผิด ทั้งการให้ที่พักพิง การเก็บซ่อนอาวุธ หรือ การจัดหาเสบียง เพราะจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับนายอามีร ดอแต เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการซักถามแล้ว จะส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
คลิป

ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า

อ่านต่อ
error: