ติดหนี้ 8 แสน วางแผนอุ้มลักพาตัว เรียกค่าไถ่หลักล้าน เจอตร.วางแผนซ้อนจับระทึก

ติดหนี้ 8 แสน วางแผนอุ้มลักพาตัว เรียกค่าไถ่หลักล้าน เจอตร.วางแผนซ้อนจับระทึก

วันที่ 17 มิถุนายน ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาเรียกค่าคุ้มครองผู้จัดการท่าทรายบัวบก จับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 2 คน คือ นายสันตินนท์ ศรีจันทร์ หรือนนท์ อายุ 29 ปี นายวีรวัฒน์ คงสุทรู้ อายุ 39 ปี และมีผู้ต้องหาอยู่ในระหว่างการหลบหนีอีก 1 ราย ทราบชื่อคือนายจำลอง นกศรีแก้ว อายุ 61 ปี การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องหลังจากที่ผู้เสียหายเข้าแจ้งเจ้าหน้าที่ ว่าเมื่อเวลาประมาณกลางคืนของวันที่ 14 มิถุนายน มีคนร้ายนำซองกระดาษ สีน้ำตาล ขนาดเท่ากระดาษ A4 ภายในบรรจุ รูปถ่ายของนายชำนาญและจดหมาย เรียกค่าคุ้มครอง พร้อมทั้งกระสุนปืน ไปเหน็บไว้ที่ประตูบ้าน

โดยเนื้อความในจดหมายฉบับดังกล่าวระบุใจความสำคัญว่า เป็นจดหมายจากกลุ่มผู้เรียกค่าคุ้มครอง (เทือกเขาบรรทัด) ให้นำเงินจำนวน 1.5 ล้านบาท มามอบให้ตามสถานที่จะแจ้งไปอีกครั้ง ห้ามบอกใคร หากตุกติกลูกเมียและครอบครัวจะมีความสูญเสียและความตายเกิดขึ้น และธุรกิจจะเสียหาย ก่อนที่ทางกลุ่มคนร้ายจะโทรศัพท์เข้ามาหานางกิ้มยี่ ลีลาโกสิทธิ์ ซึ่งเป็นภรรยาของนายชำนาญ หรือโกสร้าง โดยนัดรับเงินกันที่ริมถนนเขาจำปา ถนนเลี่ยงเมืองวงแหวนรอบนอก บริเวณทางเข้าสำนักสงฆ์ถ้ำเจ้าเกตุ พื้นที่ หมู่ 6 ต.นาตาล่วง อ.เมืองตรัง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบจึงทำการเข้าปิดล้อมพื้นที่และทุกเส้นทาง ก่อนจะนำเงินปลอมที่เตรียมไว้ โดยให้ลูกชายของนายชำนาญ หรือโกสร้าง ขับรถเข้าไปมอบเงินให้ โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจซ่อนตัวอยู่ในรถของลูกชาย

ก่อนคนร้ายจะโทรเข้ามาให้นำเงินไปตั้งไว้ตรงจุด ลูกชายของนายชำนาญ จึงได้นำเงินปลอม 1.5 ล้านบาทไปตั้งไว้เงินไว้ให้ตรงจุด ขณะนั้นนายวีรวัฒน์ คงสุทรู้ ได้ขับรถและมีนายสันตินนท์ ศรีจันทร์ หรือนนท์ ขี่จยย.เข้ามในที่เกิดเหตุโดยนายสันตินนท์ หรือนนท์ ได้จอดรถลงเข้ามาหยิบเงินและยื่นให้นายวีรวัฒน์ ไปนับ

จังหวะนั้นเจ้าหน้าที่จึงบุกเข้าจับกุมตัวนายวีรวัฒน์สำเร็จได้ภายในรถยนต์ ส่วนนายสันตินนท์ ศรีจันทร์ หรือนนท์ ที่ขับรถ จยย.ได้ขับหลบหนีไปได้ทัน ก่อนที่ตำรวจจะติดตามจับกุมตัวนายสันตินนท์ หรือนนท์ ได้ในเวลาต่อมาพร้อมเครื่องกระสุน

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัว นายวีรวัฒน์ไปชี้จุดเกิดเหตุ และสถานที่ต่างๆที่ใช้วางแผนในการก่อเหตุกว่า 3-4 จุด รวมทั้งร้านถ่ายเอกสารที่เข้าไปใช้บริการ และได้เข้าไปตรวจสอบภายในร้านคาราโอเกะของเมียน้อยของนายวีรวัฒน์ ก่อนจะพบอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ พร้อมเครื่องกระสุน 1 กระบอก วิทยุสื่อสาร ทันใดนั้นนายวีรวัฒน์ ได้ขอร้องเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อกอดภรรยาน้อยก่อนที่จะถูกดำเนินคดีท่ามกลางเสียร้องไห้ของทั้งสอง

นายวีรวัฒน์เผยว่าตนมีหนี้สินอยู่กว่า 8 แสนบาท ก่อนที่จะวางแผนกับนายบ่าว ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่กำลังหลบหนีอยู่ในขณะนี้ เพื่อจะเรียกค่าคุ้มครองนายชำนาญ เนื่องจากนายบ่าว เคยเป็นอดีตลูกน้องของโกสร้าง ครั้นทำงานอยู่ในท่าทราย แต่ถูกไล่ออก จึงได้นัดวางแผนกันเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา และได้ให้ภรรยาคือ น.ส.ชุติมา จีนศรีคงเขียนจดหมายเรียกค่าไถ่ดังกล่าว


คลิป

ขอบคุณที่มา กองบรรณาธิการ Tempo ศูนย์ข่าวภาคใต้ ThaiPBS

อ่านต่อ