ยายวัย68 ยอมขายตัวเป็นทาสใช้หนี้ หลังโดนโกงที่ดิน สุดช้ำสามีก็หนีหาย ที่ยะลา

ยายวัย68 ยอมขายตัวเป็นทาสใช้หนี้ หลังโดนโกงที่ดินราคา6แสนบาท สุดท้ายสุดช้ำ สามีที่เคยใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน50ปีก็หนีหาย ลูกชายคนเล็กประสบอุบัติเหตุ มือขวาใช้งานไม่ปรกติเครียดจนเป็นโรคซึมเศร้า

มีผู้แจ้งเรื่องราวความน่าสงสารครั้งนี้มายังผู้สื่อข่าวว่ามี คุณยายวัย68 ยอมขายตัวเป็นทาสเพื่อใช้หนี้ หลังสิ้นเนื้อประดาตัวเพราะโดนโกงที่ดินราคา6แสนบาท ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อและเดินทางไปพบคุณยายแวเย๊าะ กาเดาะ วัย 68 ปี อาศัยบ้านเช่าเลขที่ 91/69 ซอย มิตรสัมพันธ์ ในเขตเทศบาลตำบลสะเตงนอก โดยคุณยายได้นำผู้สื่อข่าว ลงพื้นที่เพื่อดูที่ดินที่ถูกโกงไปขายต่อให้บุคคลที่3 บริเวณปากซอย จี-เฮ้าส์ เขตตำบลสะเตงนอก จำนวน4แปลง มูลค่า6แสนบาท ด้วยสายตาเศร้า น้ำตาคล้อเบ้า โดยที่ดินทั้งสี่แปลง มีนายมะยูตี อาแว โต๊ะอิหม่าม มัสยิดโล๊ะกือบอ เล่าเรื่องราวยืนยันว่า เดิมทีที่ดินทั้งหมดเป็นของพ่อตา ก่อนขายต่อให้ญาติที่เป็นอุสตาส หลังจากนั้นได้แบ่งที่ดินฝืนใหญ่เป็น8แปลง โดยสามีของคุณยายแวเก๊าได้ซื้อเอาไว้จริง เป็นจำนวน4แปลงดังกล่าว

คุณยายแวเย๊าะ กาเดาะ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ตอนนั้นเมาะคิดอยากจะมีบ้านหลังเล็กๆไว้อาศัยอยู่ในช่วงบั้นปลายชีวิต จึงคิดจะเอาที่ดินไปค้ำเพื่อกู้ธนาคารแต่ติดตรงที่อายุเกิน60ปี ไม่สามารถทำได้ จึงได้ขอช่วยลูกของเพื่อนจัดการหานายหน้าที่ดินให้จนได้นายหน้าเป็นผู้หญิง บอกว่าสามารถช่วยเหลือโดยอ้างว่ารู้จักกับผู้จัดการธนาคารแห่งหนึ่ง ต่อมาไม่นานมีการโทรมาหลอกล่อสามีว่า ตอนนี้มีเงินกู้ก้อนหนึ่งของพนักงานธนาคารที่สละสิทธิ์ยังไม่พร้อมเมาะโชคดีมากให้รีบมาจัดการ แต่เมาะต้องเซ็นโอนที่ดินทั้งสี่แปลงให้นายหน้าหญิงคนดังกล่าว เพื่อจะได้จัดการได้ง่ายขึ้น ด้วยเมาะเองขออนุญาตเทศบาลสร้างบ้านเรียบร้อยหมดแล้ว ติดที่เงิน บวกกับความเชื่อใจ จึงยอมเซ็นชื่อโอนที่ดินให้นายหน้าและให้สามีเอาโฉนดตามมาที่หลังในวันเดียวกัน

หลังจากนั้นสามสี่เดือนต่อมาเมาะได้ทวงถาม แต่นายหน้าบอกว่ากำลังดำเนินการใกล้จะได้แล้ว เมาะก็ทวงถามไปอีกหลายครั้งแต่ก็ได้รับการบ่ายเบี่ยง เลยคิดว่าโดนหลอกแน่แล้ว จึงได้ไปปรึกษาที่อัยการและส่งต่อคดีให้ตำรวจยื่นฟ้องนายหน้าและขึ้นศาลในคดีฉ้อโกง โดยจำเลย(นายหน้า)รับสารภาพ ยอมจ่าย1แสนบาท และทำประกันตัว เพื่อมาอุทธรณ์ต่อศาล ระหว่างนั้นจำเลยบอกว่าจะให้เพิ่มอีก1แสน เพื่อไม่ให้เอาเรื่อง แต่สุดท้ายก็ไม่ให้ จนมาถึงวันที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ตัดสิน จำเลยกับทนายก็เอากุญแจรถยนต์มาให้แต่เมาะไม่เอา สุดท้ายศาลอุทธรณ์ ตัดสินจำคุกจำเลย 2ปี 6เดือน ลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 1 ปี 3 เดือน ตอนนี้อย่าว่าเงินหมื่น เงินพันก็หายากมาก ชีวิตตอนนี้ลำบากมาก สามีที่อยู่กันมา50ปีก็หนีหายไปแล้ว ประทังชีวิตจากการใช้จ่ายจากโครงการคนละครึ่งของลูกชายคนรองกับคนเล็ก และก็เงินคนชราเดือนละ600บาท

เมาะมีลูกสามคนคน คนโตออกไปมีครอบครัว คนที่สองช่วยเมาะค้าขายในตลาดจนกระทั้งมีโควิดก็ไม่ได้ค้าขายอีก ส่วนลูกคนเล็ก จบวิศวะมาทำงานที่ภูเก็ตก็ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถทัวร์จนมือขวาหัก ไม่สามารถใช้งานได้อย่างปรกติจนต้องออกจากงานและกลับมาอยู่บ้าน คนเล็กเขาเครียดเรื่องแม่ เรื่องที่พ่อทำ และตัวเขาเองที่เป็นเหมือนความหวังที่จะดูแลแม่แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ แต่ยังต้องมาเป็นภาระให้แม่อีก ตอนนี้ถ้ามีใครจะเอาเมาะไปเป็นทาสก็ยอม เมาะไม่อายคน อยากได้จ่ายหนี้ และสร้างบ้านเล็กๆให้ลูกชายสองคนอยู่แค่นั้น

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้แจ้งเรื่องดังกล่าวไปยังหน่วยงานในพื้นที่ให้เข้าไปดูแลช่วยเหลือ นายศรัณย์พล ลีฬหาวงศ์ รองนายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลเมืองสะเตงนอก ได้รับมอบหมายจาก นายเสรี เรืองกาญจน์ นายกเทศมนตรีฯ เข้าดูแลช่วยเหลือในส่วนของอุปโภคบริโภคของใช้ในครัวเรือนเบื้องต้น และติดตามสอบถามเรื่องการติดตามสืบทรัพย์ต่อไป ในส่วนปัญหาทางสังคมของเมาะและลูกชายคนเล็ก นางสุภาพร วุฒิศาสตร์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดยะลา ได้เข้าเยี่ยมและนำนักจิตวิทยาเข้าพูดคุยกับสองแม่ลูก

นางสุภาพร วุฒิศาสตร์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดยะลากล่าวว่า เคสนี้เป็นเคสที่ประสบปัญหาทางสังคม ลูกชายประสบอุบัติเหตุ ออกจากงาน แม่ก็เป็นผู้สูงอายุและไม่มีงานทำ ต้องการให้ช่วยเหลือในเรื่องการประกอบอาชีพและเงินทุน แต่ที่ต้องดูลึกไปกว่านั้นก็คือเรื่องลูกชาย ซึ่งมีอาการท้อแท้ทางด้านจิตใจ วันนี้เราได้พานักจิตวิทยาเข้ามาพูดคุย ช่วยเหลือทางด้านจิตใจเขา เพื่อให้เขาได้ลุกขึ้นยืนและต่อสู้ เพื่อจะได้ดำเนินการในการช่วยเหลือ โดยเมื่อเช้าได้เข้าพบ นายภิรมย์ นิลทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เพื่อรายงานเรื่องดังกล่าวให้ทราบ โดยทางท่านผู้ว่าได้เน้นย้ำให้ช่วยเหลือ โดยเฉพาะลูกชายเมาะที่กำลังท้อแท้ทางด้านจิตใจอย่างหนัก


ในส่วนของคดีความ หลังจากศาลตัดสินจำคุกจำเลยไปแล้วนั้น ศาลกรุณาแนะนำให้หาทนายไปฟ้อง แต่เมาะไม่มีเงินจะจ้างทนายศาลท่านจึงแนะนำให้เขียนหนังสือไปยังศูนย์ยุติธรรมจังหวัดยะลาช่วยจัดหาทนายให้โดยไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย โดย นายธีรยุทธ เบญจเดชา ทนายความ ได้เล่าฝห้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ทางศูนย์ยุติธรรมจังหวัดยะลาได้มอบหมายให้ผมดูแลคดีนี้ให้ช่วยเหลือ ที่จะไปยึดทรัพย์สินของจำเลยมีอะไรบ้าง จากนั้นผมจะได้รับทราบดูแลเอกสารทั้งหมด และสืบหาจากพักพวกว่าจำเลยมีอะไรบ้าง ปรากฏว่าจำเลยมีคดีเยอะ ไม่ใช่รายนี้รายเดียว และทรัพย์สินถูกจำนำจำนอง ไม่มีอะไรเลย ก็เลยอธิบายผู้เสียหายว่าพอจะมีพักพวกที่จะสืบหาทรัพย์สินของจำเลย เพื่อทางผมจะได้ดำเนินการช่วยเหลือต่อไป

ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่มีความประสงค์อยากส่งข้าวของให้เมาะ สามารถส่งของไปได้ที่
นางแวเย๊าะ กาเดาะ
91/69 หมู่6 ซอยมิตรสัมพันธ์
ต.สะเตงนอก
อ.เมือง
จ.ยะลา
95000

หรือ ช่วยเหลือได้ที่
นางแวเย๊าะ กาเดาะ
ธกส.สาขายะลา
เลขบัญชี 020024343953

#เมาะกับลูกสู้ๆนะครับ#YalaToDay#ยะลาทูเดย์

อ่านต่อ
error: